ปันจักสีลัต การต่อสู้ที่มีต้นกำเนิดจากอินโดนีเซียที่ใช้เป็นกีฬา

ปันจักสีลัต คนไทยอย่างเราอาจจะคุ้นชื่อสำหรับการต่อสู้นี้เนื่องจากมีการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการมาหลายครั้งแล้วระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

ประวัติ ปันจักสีลัต จากอินโดนีเซีย

ปันจักสีลัต

ที่จริงแล้ว ปันจักสีลัต เป็นกีฬาประจำของประเทศบรูไนดารุสซาลาม ความหมายของ ปักจัก มาจากคำว่าป้องกันตนเอง และคำว่าสีลัต หมายถึงศิลปะ โดยการต่อสู้นี้เป็นศิลปะการป้องกันตัวเองเป็นการต่อสู้ของเชื่อสาย มาลายู ประเทศที่มีการฝึกวิชานี้ก็คือ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ประเทศไทยเราก็มีนะแต่เป็นทางตอนใต้

จากบันทึกบอกว่า ปันจักสีลัต เกิดขึ้นที่เกาะสุมาตรา และเกิดขึ้นมา 400 ปีแล้วซึ่งต่อมาได้มีการแก้ไขและพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันและมีผู้เข้าฝึกฝนก็คือ บูฮันนุดดินและ ฮามินนุดดิน คนสุดท้ายคือ ซัมซุดดิน ต่อมาการแข่งขันนี้ได้ถูกนำมาทำเป็นกีฬาซึ่งก็แบ่งได้เป็นอีก 4 ประเภทคือ

1.การต่อสู้

การแข่งแบบนี้คือคู่ต่อสู้จะทำการเคารพซึ่งกันและกัน และจำเริ่มการร่ายรำเสร็จแล้วค่อยเข้าโจมตีคู่ต่อสู้โดยอาศัย กลยุทธ์ ความแข่งแกร่ง เทคนิค ความอดทน และสุดท้ายต้องทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงให้ได้ การแข่งนั้นดูเป็นการดูเชิงอย่างมากในการแข่งแบบนี้โดยขวัญกำลังใจมีความสำคัญอย่างมากกับการแข่งแบบต่อสู้ การแข่งแบบนี้ตัดสินกันที่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มถือว่าแพ้และอีกแบบคือตัดสินโดยฟังเสียงปรบมือ ถ้าฝ่ายไหนดังกว่าถือว่าชนะ

2.ประเภทเดี่ยวปันจักลีลา

เป็นการแข่งขันเชิงท่วงท่าคือทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องร่ายรำท่วงท่า โดยการแข่งขันจะจบลงเมื่อครบ 100 กระบวนท่า โดยสามารถใช้มืดหรือกระบองก็ได้ แต่การชำนาญในการร่ายรำสำคัญมากถ้าหากต้องการให้ท่วงท่าชัดเจนขึ้น ซึ่งยิ่งท่าชัดมากเท่าไหร่การได้คะแนนก็จะได้มากขึ้นเท่านั้น

3.ประเภทคู่ปันจักลีลา

การเป็นร่ายรำแบบคู่ แต่จะไม่มีค่าบังคับ การแสดงจะใช้กระบวนท่าต่อสู้และใช้เทคนิคการต่อสู้ผสมผสานบวกกับการป้องกันตัว กฏิกาบอกว่าจะสามารถใช้อะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็น มืด กระบอง กรีซ ซึ่งกรีซก็จะแบ่งออกเป็นอีกหลายประเภท อาทิเช่น มีดสั้น เคียว ไตรซูล่า ซึ่งก็ตามแต่ผู้ใช้จะอยากใช้แบบไหน

4.ประเภททีมปันจักลีลา

การแข่งแบบนี้จะใช้จำนวนคนทีมละ 3 คนแต่จะมีกี่จำกัดท่วงท่าที่ 100 ท่า ซึ่งก็จะเหมือนเดิมคือสามารถใช้อาวุธหรือมือเปล่าก็ได้แล้วแต่ผู้เข้าแข่งขัน การแข่งแบบนี้จะเน้นการห้ามผิดพลาดและความพร้อมในการร่ายรำ

ซึ่งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรารู้เกี่ยวกับ ปันจัตสิละ บถ้าอยากรู้เบื้องลึกก็ลองไปฝึกฝนดูนะแต่อาจะจหายากไปสักหน่อยสำหรับประเทศไทย