มวยท่าเสา

มวยท่าเสา เป็นมวยที่ไม่มีการพบต้นกำเนิดขึ้นตอนไหน แต่จากประวัติพระยาพิชัยดาบหักนั้น ทำให้ทราบว่าครูมวยไทยสายท่าเสาอยู่ในกลุ่ม ตำนานมวย 4 ภาค 

ที่ได้มีการจดบันทึกว่ามีชื่อเสียงโด่งดังนั้นก็คือ ครูเมฆ หรือ ครูมวยของนายทองดี หรือที่รู้จักกันในนามพระยาพิชัยดาบหัก

โดยมวยท่าเสานั้นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในเรื่องความคล่องแคล่ว ว่องไว รวดเร็ว มีลีลาท่าทางสวยงามและมีประสิทธิภาพ เป็นที่ลือชื่อจนนายทองดี

หรือพระยาพิชัยดาบหักสมัยหนุ่มเองถึงกับจะต้องมาขอเรียนมวยไทยกับสำนักท่าเสาให้จงได้ และก็ได้มาเป็นลูกศิษย์ของครูเมฆ และนายทองดี

ก็ได้นำความรู้ที่ได้รับมาไปผสมผสานกับมวยจีนอีกต่อหนึ่ง ลักษณะเฉพาะนั้นคือ มวยเชิงเตะ คล่องแคล่ว ว่องไว ทั้งซ้ายขวา จนได้รับฉายาว่า มวยตีนลิง คาดเชือกประมาณครึ่งแขน

มวยโคราช เป็นมวยโบราณการต่อสู้แบบใช้มือเปล่าที่มีการพันด้วยเชือกหรือด้ายดิบของชนชาติไทยในจังหวัดนครราชสีมา

เป็นมวยไทยแขนงหนึ่งที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วประเทศในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 มวยไทยโคราช เป็นมวยที่มีความเป็นมาในประวัติศาสตร์ของคนไทยมาอย่างช้านาน

ถ้าเรื่องมวยไทยสมัยนี้ต้องบอกว่าเป็นเรื่องการสัดดวงเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ ราคาต่อรองบอลวันนี้ สามารถมาเป้นตัววัดการแพ้ชนะของแต่ละฝ่ายถ้าเพื่อนสนใจเรื่องเกี่ยวกับกีฬามวยผมเห็นว่าต้องทำใจกันเสียหน่อย

ตำนานมวย 4 ภาค จุดเด่นที่แตกต่างกัน

ตำนานมวย 4 ภาค ศิลปะมวยไทยโบราณ

เป็นศิลปะมวยไทยที่มีชื่อเสียงเทียบเท่ากับมวยลพบุรี มวยท่าเสา มวยไชยา ลักษณะจำเพราะคือ การ เตะ ต่อย เป็นวงกว้าง นิยม คาดเชือก ขมวดรอบแขนจนจรดข้อศอก เพื่อใช้รับการเตะ ที่หนักหน่วงรุนแรง

มวยลพบุรีเป็นมวยไทยโบราณที่มีวิวัฒนาการและเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง แบ่ง ออกเป็น 4 ช่วง นั้นก็คือ ในช่วงเริ่มต้นนั้น มวยลพบุรี มีปรมาจารย์สุกะทันตะฤาษี

ผู้ก่อตั้งสำนักขึ้นที่เมืองลพบุรี และมีลูกศิษย์รุ่นสุดท้ายคือ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ช่วงที่ 2  เป็นช่วงสืบทอดของมวยลพบุรี ในสมัยนี้ สมเด็จพระนารายณ์ มหาราช

เป็นผู้ที่ส่งเสริมมวยลพบุรี ไปอย่างกว้างขวาง มีการจัดการแข่งขันขึ้น โดยมีพระพุทธเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์ อีกพระองค์หนึ่งที่สนับสนุนมวยลพบุรี ช่วงที่ 3

เป็นช่วงพัฒนาของมวยลพบุรี ช่วงนี้มวยลพบุรี โด่งดังมากและเฟื่องฟูจนถึงขีดสุด โดยเฉพาะในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

พระองค์ได้ทรงเรียนวิชามวยไทยจากปรมาจารย์หลวงมลโยธานุโยค ลักษณะจำเพาะคือ การชก ต่อย วงใน เข้าออกรวดเร็ว เน้นหมัดตรง การคาดเชือก จึงคาดเพียงประมาณครึ่งแขน

มวยไชยา เป็นมวยไทยโบราณของภูมิปัญญาไทย บรรพบุรุษไทย กษัตริย์ไทยที่สืบทอดกันมาจากอดีตสู่ปัจจุบัน เพื่อสืบสานต่อไปในอนาคตที่ยั่งยืน

มวยไชยาสามารถแบ่งออกเป็น 4 ยุค นักมวยที่มีชื่อเป็นที่รู้จักคือ นายปล่อง  จำนงทอง ผู้มีท่าเสือลากหางเป็นอาวุธสำคัญการต่อสู้เน้นวงในใช้ความคมของศอก เข่า

ลักษณะจำเพาะคือ การรุก-รับ รัดกุม ถนัดการใช้ศอกในระยะประชิดตัว การคาดเชือกจึงนิยมคาดเพียง คลุมรอบข้อมือ เพื่อกันการซ้น หรือเคล็ด เท่านั้น

มวยไทย นั้นถือเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติเราเลยก็ว่าได้ โดยประเทศไทยนั้นมีศิลปะที่เรียกว่า มวยไทย มาช้านานตั้งแต่สมัยอดีตแล้วและเรื่องราวก็ยาวมาหลายร้อยปี ในปัจจุบันกีฬามวยไทยนั้นแพร่หลายไปอย่างมากในหมู่ชาติตะวันตก ซึ่งเราจะสังเกตุได้ว่าช่วงหลังมานี้มีคนต่างชาติมาเรียนมวยไทยตามค่ายมวยต่างๆเยอะขึ้น แต่ก็ต้องขอบคุณนักมวยอย่าง บัวขาว บัญชาเมฆ ที่ทำให้ชื่อเสียงของมวยไทยดังกระฉ่อนไปทั่วโลกมากกว่า แต่เริ่มเดิมที ศาสตร์ที่เรียกว่ามวยไทยนั้นไม่ได้มีไว้ใช้งานในการป้องกันตัว

ความเป็นมาของ มวยไทย

มวยไทย

เพราะเมื่อในอดีตเราใช้ 4 สุดยอดนักรบในการฝึกศาสตร์มวยไทยให้ไปทำสงครามซึ่งพวกเขาจะทำหน้าที่ปกป้องเท้าหลักของช้างทั้ง 4 เอาไว้ไม่ให้ฆ่าศึกมาฟันเอ็นร้อยไหวช้างได้ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วมองว่ามวยไทยนั้นแต่เดิมทีเป็นมวยที่เราจะใช้ในการสังหารเป้าหมายเสียมากกว่าเนื่องจากท่วงท่าที่รุนแรงและอันตรายอีกทั้งยังสามารถทำให้ แขน หมัด เข่า ศอก ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยซึ่งอวัยเหล่านี้ล้วนเป็นกระดูกในส่วนที่แข็งมากๆเรียกได้ว่าถ้าใครโดนเข้าไปนี้อาจจะมีน็อกถึงขั้นแตกและต้องเย็บกันหลายเข็มเลยทีเดียว

แต่ในช่วงหลังมวยไทยถูกบรรจุให้เป็นกีฬาประจำชาติเราโดยกีฬามวยไทยนั้นรู้จักการมากในแถบเวทีมวย ราชดำเนิน ซึ่งก็ทำให้ทั้งคนที่ชอบมวยและคนที่ชอบการพนันหันมาสนใจกีฬาชนิดนี้มากขึ้นด้วย โดยมวยไทยนั้นก็จะแบ่งเป็นภูมิภาคอย่างเช่น มวยทางภาคใต้ก็จะเรียกว่า มวยไชยา นักมวยไทยบ้านเราก็จะมีการเคารพ ครู อาจารย์ ด้วยการไหว้ครูก่อนขึ้นชกซึ่งเราก็จะเห็นกันในทางทีวีอยู่แล้ว

แต่เหตุที่ทางมวยไทยต้องเปลี่ยนมาใส่นวมเนื่องจากในสมัยรัชการที่ 5 นั้นได้มีการจัดการแข่งขันชกมวยขึ้น โดยนักมวยชื่อนาย แพ เลี้ยงประเสริฐ ต่อยนักมวยชื่อ เจียร์ ซึ่งเป็นคนเขมร ด้วยท่าหมัดเหวี่ยงควายถึงแก่ความตายทำให้ต้องเปลี่ยนกันมาใส่นวมเพื่อป้องกันการเกิดเหตุการแบบนี้ซ้ำนั่นเอง

ต่อมามวยไทยนั้นก็เปรียบเสมือนเครื่องหมายหากินของนักเลงเมื่อเวลาเราไปไหนเราก็จะต้องเห็นบรรดาเจ้าพ่อน้อยใหญ่จากทั้งในและนอกพระนครมาถือหางคอยเชียร์ฝั่งที่ตนเองลงพนันไว้นั่นเอง

หลักการชกมวยไทยนั้นถือว่าง่ายแน่จะทำให้มันเกิดผลอย่างถึงที่สุดนั้นถือเป็นเรื่องยากฏโดยหลักการชกมีดังนี้ มีการป้องกันด้วยการยืนให้มั่นคง เข็มแข็ง สูงเด่น และต้องตั้งการ์ดมวย เก็บคาง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เรียกว่ามวยไทยหากท่านใดสนใจที่จะไปเรียนก็ลองดูนะครับหน้าจะเป็นประโยชน์หน้าดูสำหรับร่างกาย

ประวัติ ยูยิสสู ศิลปะการต่อสู้ที่เน้นการนอนสู้

มีชื่อเต็มว่า บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู เป็นการต่อสู้แบบใหม่ที่เดี๋ยวนี้นิยมและแพร่หลายเป็นอย่างมากในการแข่งขันและการฝึกฝนทั่วไปซึ่งท่าส่วนมากจะเป็นการจับหักล็อกในตอนที่กำลังนอนอยู่กับพื้น แต่ก็มีจุดเสริมตรงที่สามารถทุ่มศัตรูได้เช่นกัน

ประวัติ ยูยิสสู

ยูยิสสู

การต่อสู้แบบนี้ถือเป็นการดึงเอาพื้นฐานของหลายศิลปะเข้าไว้ด้วยกันเรียกว่า Mixed Martial Art สามารถเอาอะไรมาใช้ก็ได้แต่ขอให้คู่ต่อสู้อย่างเดียวยอมแพ้

การต่อสู้ภาพพื้นแบบนี้คือการจับหักล็อกโดยสามารถทำได้จากทั้งในรูปแบบขณะที่ทั้ง 2 คนยืนอยู่ก็ได้หรือจะนอนก็ได้ หลักของการใช้งานคือทำยังไงก็ได้ให้คู่ต่อสู้ลงไปนอนกับพื้นให้ได้ไม่ว่าจะเป็นการจับทุ่มก็ได้ จุดหมายของการจับทุ่มคือการล็อกเพื่อมทำให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ให้ได้ท่านี้ถ้าใช้ในชีวิตจริงๆถ้าเราไม่ยอมปล่อยคู่ต่อสู้เราอาจจะตายหรือแขนขาหักได้เลยเป็นศิลปะที่อันตรายมาก

ท่าที่ขึ้นชื่อสำหรับศิลปะแขนงนี้ได้แก่ Triangle Choke ,Arm Bar , Guillotine, Omoplata นอกจากท่าพวกนี้แล้วยังมีอีกมากมายให้เลือกใช้ตามสถานการณ์

ยูยิสสูจะมีการแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 แบบคือ Gi ที่จะใส่ชุดคล้ายยูโดเพื่อเซฟความปลอดภัย หรือแบบที่ 2 คือ No Gi คือการเล่นแบบไม่ใส่ชุดและอาจจะมีการเพิ่มกฏิกาที่อันตรายอย่างเช่นสามารถหักขาได้

ในช่วงแรก ยูยิสู นั้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นก่อนจะไปโด่งดังกับประเทศ บราซิล และเปลี่ยนชื่อเป็น บราซิเลี่ยนยูยิสสู โดยผู้เผยแพร่คือ มิตซึโยะ มาเอดะ ที่ออกไปเผยแพร่ในปี 1904

ความน่าสนใจของกีฬาชนิดนี้คือผู้เล่นจะสามารถเข้าใจสรีระและสัดส่วนของร่างกาย เน้นการเคลื่อนที่บนพื้น ใช้หลักคานดีดคานงัด และจังหวะการทรงตัวของทั้ง 2 คน การเล่นกีฬาชนิดนี้จะต้องคิดตลอดเวลาเปรียบเสมือนการเดินหมาก

แต่การเรียนและฝึกซ้อมก็ยังมีระบบรักษาความปลอดภัย และทำให้เกิดการบาดเจ็บน้อยกว่าการฝึกวิชาแขนงอื่นค่อนข้างมากเนื่องจากถ้ารู้ว่าไม่ไหวเราก็แค่ตบพื้นเพื่อยอมแพ้ การแบ่งสายของกีฬาชนิดนี้แบ่งได้เป็นระดับดังนี้ ขาว ฟ้า ม่วง น้ำตาล และ ดำ ซึ่งสายดำจะถือว่าเป็นสายที่สูงที่สุดแล้ว อีกทั้งยังมีการแบ่งระดับปลีกย่อยอีกซึ่งแต่ละระดับนั้นจะต้องฝึกฝนเป็นเวลา 2 ปีด้วยกันกว่าจะเลื่อนขั้นขึ้นมาได้

ปันจุบัน กีฬา สายนี้ถูกนำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยอย่างมากถ้าหากใครต้องการไปลงเรียนก็ลองหาข้อมูลดูในอินเตอร์เน็ตก็จะทราบที่เรียนย่านใกล้บ้าน

ปันจักสีลัต คนไทยอย่างเราอาจจะคุ้นชื่อสำหรับการต่อสู้นี้เนื่องจากมีการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการมาหลายครั้งแล้วระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

ประวัติ ปันจักสีลัต จากอินโดนีเซีย

ปันจักสีลัต

ที่จริงแล้ว ปันจักสีลัต เป็นกีฬาประจำของประเทศบรูไนดารุสซาลาม ความหมายของ ปักจัก มาจากคำว่าป้องกันตนเอง และคำว่าสีลัต หมายถึงศิลปะ โดยการต่อสู้นี้เป็นศิลปะการป้องกันตัวเองเป็นการต่อสู้ของเชื่อสาย มาลายู ประเทศที่มีการฝึกวิชานี้ก็คือ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ประเทศไทยเราก็มีนะแต่เป็นทางตอนใต้

จากบันทึกบอกว่า ปันจักสีลัต เกิดขึ้นที่เกาะสุมาตรา และเกิดขึ้นมา 400 ปีแล้วซึ่งต่อมาได้มีการแก้ไขและพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันและมีผู้เข้าฝึกฝนก็คือ บูฮันนุดดินและ ฮามินนุดดิน คนสุดท้ายคือ ซัมซุดดิน ต่อมาการแข่งขันนี้ได้ถูกนำมาทำเป็นกีฬาซึ่งก็แบ่งได้เป็นอีก 4 ประเภทคือ

1.การต่อสู้

การแข่งแบบนี้คือคู่ต่อสู้จะทำการเคารพซึ่งกันและกัน และจำเริ่มการร่ายรำเสร็จแล้วค่อยเข้าโจมตีคู่ต่อสู้โดยอาศัย กลยุทธ์ ความแข่งแกร่ง เทคนิค ความอดทน และสุดท้ายต้องทำให้คู่ต่อสู้ล้มลงให้ได้ การแข่งนั้นดูเป็นการดูเชิงอย่างมากในการแข่งแบบนี้โดยขวัญกำลังใจมีความสำคัญอย่างมากกับการแข่งแบบต่อสู้ การแข่งแบบนี้ตัดสินกันที่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มถือว่าแพ้และอีกแบบคือตัดสินโดยฟังเสียงปรบมือ ถ้าฝ่ายไหนดังกว่าถือว่าชนะ

2.ประเภทเดี่ยวปันจักลีลา

เป็นการแข่งขันเชิงท่วงท่าคือทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องร่ายรำท่วงท่า โดยการแข่งขันจะจบลงเมื่อครบ 100 กระบวนท่า โดยสามารถใช้มืดหรือกระบองก็ได้ แต่การชำนาญในการร่ายรำสำคัญมากถ้าหากต้องการให้ท่วงท่าชัดเจนขึ้น ซึ่งยิ่งท่าชัดมากเท่าไหร่การได้คะแนนก็จะได้มากขึ้นเท่านั้น

3.ประเภทคู่ปันจักลีลา

การเป็นร่ายรำแบบคู่ แต่จะไม่มีค่าบังคับ การแสดงจะใช้กระบวนท่าต่อสู้และใช้เทคนิคการต่อสู้ผสมผสานบวกกับการป้องกันตัว กฏิกาบอกว่าจะสามารถใช้อะไรก็ได้ไม่ว่าจะเป็น มืด กระบอง กรีซ ซึ่งกรีซก็จะแบ่งออกเป็นอีกหลายประเภท อาทิเช่น มีดสั้น เคียว ไตรซูล่า ซึ่งก็ตามแต่ผู้ใช้จะอยากใช้แบบไหน

4.ประเภททีมปันจักลีลา

การแข่งแบบนี้จะใช้จำนวนคนทีมละ 3 คนแต่จะมีกี่จำกัดท่วงท่าที่ 100 ท่า ซึ่งก็จะเหมือนเดิมคือสามารถใช้อาวุธหรือมือเปล่าก็ได้แล้วแต่ผู้เข้าแข่งขัน การแข่งแบบนี้จะเน้นการห้ามผิดพลาดและความพร้อมในการร่ายรำ

ซึ่งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เรารู้เกี่ยวกับ ปันจัตสิละ บถ้าอยากรู้เบื้องลึกก็ลองไปฝึกฝนดูนะแต่อาจะจหายากไปสักหน่อยสำหรับประเทศไทย

 

เทควันโด้ นั้นเป็นกีฬาและศิลปะการป้องกันตัวที่จะใช้เพียงเท้าเท่านั้นในการต่อสู้และยังเป็นศิลปะการป้องกันตัวประจำชาติของประชาชนแดนกิมจิอีกด้วย คำว่าเทควันโด้ที่จริงแล้วออกเสียงเป็นภาษาเกาหลีว่า แท ที่แปลว่า การโจมตีด้วยเท้าคว็อน แปลว่าการโจมตีด้วยมือ โดแปลว่า วิถีหรือสติปัญญา ดังนั้นเมื่อนำคำ 3 คำมารวมกันจะได้ความหมายว่า การป้องกันตัวจากศัตรูด้วยมือหรือเท้าเปล่าด้วยการมีสติ

 

บันทึกและการแบ่งสายสำหรับกีฬาชนิดนี้

เทควันโด้

จากบันทึกกล่าวไว้ว่า เกาหลีนั้นพัฒนามาจากศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นอย่าง คาราเต้ โดยยึดหลักของกีฬาดังกล่าวเป็นพื้นฐาน และชาวกิมจิก็ได้นำมาผสมเข้ากับการละเล่นพื้นบ้านของพวกเขาเอง

ปัจจุบันนั้นกีฬาชนิดนี้นั้นแพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลกและมีเด็กจำนวนมากที่ฝึกกีฬาแบบนี้ตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะชาติไทยเราที่เดี๋ยวนี้ตามโรงเรียนจะมีคอสสอนวิชาการต่อสู้นี้ให้กับเด็กๆเพื่อที่จะได้เรียนรู้ไว้ใช้ป้องกันตัวหรืออย่างน้อยที่สุดเด็กก็จะได้สุขภาพจากจุดนี้ อีกทั้งกีฬาชนิดนี้นั้นยังถูกบรรจุลงในกีฬาโอลิมปิก อีกด้วย

แต่การใช้ศาสตร์ศิลปะแขนงนี้ ณ ปัจจุบัน จะไม่ค่อยรุนแรงเหมือนสมัยก่อนที่ทำการพัฒนามาจากยุคสงครามโลกเพราะสมัยนั้นเขาจะเน้นในการใช้ในสถานการณ์จริงๆที่จะต้อง ฆ่า กันให้ตาย

กีฬาชนิดนี้จะมีการสอบระดับถึง 10 ระดับด้วยกันเพื่อเอาไว้แบ่งชั้นฝีมือโดยจะมีการแบ่งจากสีของสายคาดเอวทีมีดังนี้

1 สายขาว

2 สายเหลือง

3 สายเขียว

4 สายเขียวขั้นที่ 2

5 สายฟ้า

6 สายฟ้าขั้นที่ 2

7 สายน้ำตาลขั้นที่ 1

8 สายน้ำตาลขั้นที่ 2

9 สายแดงขั้นที่ 1

10 สายแดงขั้นที่ 2

เทควันโด้ สำหรับขั้นสายดำขึ้นไป

นอกจากสายพวกนี้ขึ้นไปก็จะมีสายดำซึ่งเป็นสายเฉพาะของผู้ที่จะเป็นอาจารย์หรือนักกีฬาเท่านั้นและสายดำยังถูกแบบเป็นสายย่อยได้อีก 10 ระดับ และสหพันธ์ของ กีฬาชนิดนี้ นั้นจะมี WTF ที่อยู่ที่เกาหลีใต้และ ITTF ที่อยู่ประเทศ แคนาดา สหพันธ์จะทำหน้าที่ในการกำหนดกฏิกาในการสอบและออกสายดำให้แก่ผู้ปฏิบัติ

หลักการสอนของกีฬาชนิดนี้ได้แก่ การใช้มือจู่โจม ในรูปแบบต่างๆ มือ เข่า ศอก เท้า อีกทั้งยังมีท่าเตะที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งก็มีทั้ง เตะตรง เตะสะบัด เตะถีบข้าง เตะเกี่ยว หันหลังเตะ เตะตบลง การถีบ ดับเบิ้ลราวด์

อักทั้งยังมีลูกเตะที่เป็นระดับสูงมีทั้ง จั้มฟร้อน,จั้มไฮด์,ฟลายอิ้งไซด์,ฟลายอิ้งแบ็ค,เทินนิ่งแบ็ค,ทูเวย์,540สวิงคิก,720 คิกส์

ซึ่งนี้ก็จะเป็นเรื่องราวคล่าวๆสำหรับผู้อ่านโดยส่วนตัวคิดว่ามันเป็นการต่อสู้ที่ค่อนข้างมีเทคนิคที่สูงทีเดียวที่จะทำให้สำเร็จได้

กังฟู นั้นหมายถึง วิชาที่ใช้ทักษะในการต่อสู้เป็นสำคัญ และใช้รูปแบบการร่ายรำ วิทยายุทธและเชิงในการต่อสู้ ซึ่งการฝึกวิชากังฟูนั้นจะต้องอาศัยการฝีกฝนร่างกายให้แข็งแรงควบคู่กับการทำสภาพจิตใจให้ว่างเปล่าจะพบผู้ใช้ส่วนมากในวัดที่ขึ้นชื่อจากประเทศจีนอย่าง วัดเส้าหลิน และเราจะเห็นได้ว่าการใช้ท่วงท่ามากมายของศิลปะแขนงนี้คือการดึงเอามาจากสัตว์ อย่างเช่นท่าที่ใช้ทักษะในการล่าเหยื่อของเสือ

 กังฟู วิชาต่อสู้ขั้นสูงของวัดเส้าหลิน

กังฟู

 

นอกจากการต่อสู้ด้วยมือเปล่าแล้ว กังฟู ยังขึ้นชื่อในการใช้อาวุธในการต่อสู้ไม่ว่าจะเป็น ดาบ กระบอง หรือ ทวน การต่อสู้จะแบ่งได้หลากหลายประเภทและกระบวนท่า โดย 1 เป็นกระบวนท่าของหมัด 2 เป็นกระบวนท่าของฝ่ามือ 3 กระบวนท่ามือตะขอ และแบ่งออกเป็นการใช้เท้าได้ 5 กระบวนท่า คือ 1 ท่าก้าวเท้าคันธนู 2 ท่าก้าวเท้าขี่ม้า 3 ท่าก้าวเท้าหมอบ 4 ท่าก้าวเท้าว่างเปล่า 5 ท่าก้าวเท้านั่งไขว้

แต่ละกระบวนท่านั้นก็จะทำให้ผู้ฝึกได้รับความแข็งแกร่งทางกล้ามเนื้อที่แตกต่างกัน กังฟูนั้นถือดำเนิดในสมัยจงหยวนโดยผู้ให้กำเนิดนั้นคือ ปรมาจารย์ตั๊กม้อ ตำนานกล่าวว่าอาจารย์ท่านนี้ได้ฝึกฝนนั่งสมาธิอยู่ในวัดได้นานถึง 9 ปี ก่อนที่จะเข้าถึงแก่นแท้แห่งวิชาพออยู่ได้ครบ 9 ปี ก็ได้ลงมาเผยแพร่ศาสตร์ดังกล่าวให้แก่ สานุศิษย์

รากฐานของการฝึกศิลปะชนิดนี้คือ พลังลมปราณและวิทยายุทธ ซึ่งผู้ฝึกจะต้องกำหนดลมหายใจให้ดีหากต้องการที่จะให้ทวงท่าที่เราใช้เกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด ถ้าใครที่เคยเห็นจากในทีวีหรือสื่ออะไรก็ตามแต่เราจะเห็นได้ว่าผู้ฝึกฝนที่เข้าถึงขั้นสูงแล้วสามารถยืนได้กระทั่งบนหอก

กังฟู กระบวนท่าใช้มือ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นเกี่ยวกับกระบวนท่าเพลงหมัดมวยเราจะนำมาเสนอยกตัวอย่างเช่น กระบวนท่าการจี้สกัดจุด เป็นการใช้นิ้วที่กดจุดไปยังเส้นประสาทที่สำคัญ ซึ่งจะทำให้ศัตรูเกิดอาการอัมพาตชั่วขณะ

กระบวนท่าวิชาตัวเบา เป็นวิชาที่จะทำให้ผู้ใช้มีความว่องไวและน้ำหนักที่เบากระบวนท่านี้เป็นท่วงที่ที่ต้องใช้ความสามารถอย่างมากในการฝึก

ถ้าหากใครอยากฝึกแนะนำให้ไปฝึกกับต้นตำหรับอย่างวัด เส้าหลิน ที่ประเทศจีนเลยเราจึงจะได้รู้ว่าพวกเขาเข้มงวดกันมากเพียงใดในเวลาที่พวกเขาฝึกฝนศาสตร์แขนงนี้และเราอาจจะได้สุขภาพหรืออย่างอื่นมาด้วยก็ได้ แต่การฝึกแบบนี้แนะนำให้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ด้วยเพื่อที่จะทำการฝึกประสบความสำเร็จได้อย่างใจหวัง

ศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบการใช้อาวุธดาบซึ่งเป็นการต่อสู้ที่ขึ้นชื่อของ ญี่ปุ่น เคนโด้ มีความหมายว่า วิถีแห่งดาบ นอกจากนี้ยังมีการผสมผสานเข้ากับหลักพระพุทธศาสนาและลัทธิชินโตอีกด้วย อีกทั้งยังมีการผสมเข้ากับการต่อสู้โบราณของญี่ปุ่นในการใช้ดาบผสมเข้าไปทำให้เกิดเป็นกีฬาชนิดนี้ขึ้นมา

เคนโด้ ศิลปะการต่อสู้อีกอย่างหนึ่งในดินแดนญี่ปุ่นที่มีมาแต่โบราณ
ศิลปะการต่อสู้อีกอย่างหนึ่งในดินแดนญี่ปุ่นที่มีมาแต่โบราณ

 

ศิลปะการต่อสู้ด้วยอาวุธรูปแบบหนึ่งของญี่ปุ่น

ในปีคริสต์ศักราชที่ 789 มีการบันทึกถึงประวัติความเป็นมาของวิชาต้นกำเนิด Kendo โดยมีวิชาดาบ เคนจัตซึและคุมิตาชิ 2 วิชานี้ถูกสร้างและพัฒนาโดยอาจารย์ที่เป็นผู้ชายดังนั้นการจะฝึกท่าของ 2 วิชานี้จำเป็นจะต้องมีร่างกายแข็งแรงและจิตรใจที่แน่วแน่เหมือนนักดาบ

ในปัจจุบัน  เป็นที่เผยแพร่และได้รับความนิยมนาฐานะกีฬา โดยมีมากกว่า 28 ประเทศอีก ศิลปะการต่อสู้แขนงนี้เป็นการต่อสู้ที่เน้นความเด็ดขาดและรวดเร็ว นอกจากนี้ต้องอาศัยความล้ำลึกด้านจิตใจ สมัยก่อนนั้นถูกนำมาเป็นวิชาการปกครองรูปแบบหนึ่งอีกต่างหาก เรียนรู้โดยชนชั้นปกครองสมัยก่อน

แก่นเท้ของวิชานี้ คือการ ผสมผสานระหว่าง ดาบ ร่างกาย และจิตรใจ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกปลดปล่อยออกไปในการโจมตีที่หนักหน่วงเพียงหนึ่งครั้ง การโจมตีครั้งนี้จะเป็นการโจมตีด้วยดาบไม้ไผ่ ซึ่งประสานจิตวิญญาญบวกกับร่างกายให้กลมเกลียวจนเอาชนะศัตรูได้ในพริบตา การเอาชนะศัตรูได้ในพริบตาเรียกว่า อิทโชะคุ อิตโต หรือ ดาบเดียวในหนึ่งก้าวในปัจจุบันศิลปะนี้สามารถเรียนรู้ได้ทั้ง ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก หรือ ผู้ใหญ่ก็ได้ นอกจากนี้ตามโรงเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น มีการเปิดชมรมแพร่หลายอีกด้วย

สำหรับคนไทยแล้วเริ่มเข้ามาตั้งแต่ปี พ.ศ.1514-15 เรารู้จักกันทางโทรทัศน์เนื่องจากตอนนั้นหนังเรื่อง ข้าคือลูกผู้ชาย กำลังดังก่อนจะเลือนหายไปก่อนจะกลับมาในปี พ.ศ.2528 และมีผู้ชายชื่อ เคอิชิ นากาเน่ เป็นอาจารย์พละที่อาสานำเอาศิลปะที่เรียกว่า  เข้ามาเผยแพร่ที่ วิทยาลัยพลศึกษากรุงเทพ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยฝึกให้กับอาจารย์และนักเรียนที่อยากเรียน ในเวลาเย็น

เคนโด้ กีฬาชนิดนี้ที่ไม่เป็นที่นิยมในเมืองไทยเท่าไหร่นักเนื่องจากชุดและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนที่โรงยิมมีราคาสูงเป็นอย่างมาก อุปกรณ์จะแบ่งออกเป็น 5 อย่างได้แก่

1.ชิไน หรือ ดาบไม้ไผ่ ทำมาจากไม้ไผ่ 4 อันมามัดรวมกัน

2.ดาบไม้ เป็นดาบที่ทำจากไม้คุณภาพแข็ง

3.เสื้อ

4.กางเกง

5.เสื้อเกราะ อันนี้สำคัญมากเพราะหากไม่ใส่ละก็ได้มีถูกคู่ซ้อมฟาดจนเนื้อเขียวเนื้อแตกกันบ้างละ โดยเกราะก็จะแยกออกเป็นอีก 4 อย่างได้แก่ เกราะส่วนหัว,เกราะส่วนลำตัว,เกราะส่วนข้อมือ และเกราะส่วนสะโพก

การทำคะแนนในกีฬาชนิดนี้จะมีจุดทำคะแนนบริเวณ ศีรษะ ช้อมือ และ ลำตัว โดยถ้าหากจะได้คะแนนเยอะจะต้องตีเข้าในส่วนดังกล่าวด้วยความแม่นยำและรุนแรง

นี้เป็นประวัติโดยคร่าวๆของกีฬาที่เรียก  ซึ่งเชื่อว่าหลายคนก็คงอยากลองสัมผัสกับกีฬาที่ต้องอาศัยสมาธินี้ดูสักครั้ง